• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารช่วงเทศกาลกินเจ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนช่วงเทศกาลกินเจ ระวังสารพิษตกค้างในอาหาร หากเข้าสู่ร่างกายอาจมีอันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะวิธีการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค
 
อาหารเจ
 
 
 
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าเทศกาลกินเจในปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 5–13 ตุลาคม 2556 อาหารที่นิยมรับประทานสำหรับผู้กินเจในช่วงเทศกาลกินเจส่วนใหญ่จะเน้นไปที่พืชผัก ทั้งผักสด ผักแห้ง รวมทั้งผักดอง ซึ่งพืชผักเหล่านี้อาจมีสารอันตรายตกค้างได้ โดยอาจเกิดได้  ทั้งจากภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม เช่น ยาฆ่าแมลงในผักสด สารกันราและวัตถุกันเสียในผักดอง รวมทั้งสารบอแรกซ์หรือผงกรอบในผักดองและอาหารเจทั่วไป ซึ่งสารเคมีดังกล่าวเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  และที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมทั้งช่วงเทศกาลกินเจปีนี้  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ทำการเก็บตัวอย่างผักสดเพื่อตรวจสอบยาฆ่าแมลง 4 กลุ่ม คือ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน ไพรีทรอยด์ ออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต ได้แก่ คะน้า หัวไชเท้า แครอท กวางตุ้ง จำนวน 6 ตัวอย่าง อาหารหมักดองเพื่อตรวจสอบสารกันรา สารบอร์แรกซ์และวัตถุกันเสีย ได้แก่ ผักกาดดอง กาน่าไฉ่ หัวไชโป้ว จำนวน 30 ตัวอย่าง และอาหารเจทั่วไปเพื่อตรวจสอบสารบอร์แรกซ์ ได้แก่ เส้นหมี่ซั่ว  หมี่กึ่ง หมูเจ กุ้งเจ ปลาหมึกเจ ลูกชิ้นเจ จำนวน 10 ตัวอย่าง มาทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้
          
 
ผลจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า ผักสด จำนวน 6 ตัวอย่าง พบยาฆ่าแมลง จำนวน 5 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 83.33 โดยพบในหัวไชเท้าและผักกวางตุ้ง อาหารหมักดอง จำนวน 30 ตัวอย่าง ไม่พบกรดซาลิซิลิค(สารกันรา)และสารบอร์แรกซ์ (ผงกรอบ) ทุกตัวอย่าง  แต่ตรวจวัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิค) เกินมาตรฐานที่กำหนด จำนวน 22 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 73 ปริมาณที่พบอยู่ระหว่าง 1,034-5,995 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 281 (พ.ศ.2547) กำหนดให้มีได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมโดยพบในผักกาดดอง และหัวไชโป้วมากที่สุด รองลงมาคือกาน่าไฉ่ ส่วนอาหารเจทั่วไป จำนวน 10 ตัวอย่าง ไม่พบสารบอร์แรกซ์ (ผงกรอบ) ทุกตัวอย่าง
 
       นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันสารอันตรายได้ ดังนี้ ยาฆ่าแมลง โดยการเลือกกินผัก ผลไม้ตามฤดูกาล หรือผักพื้นบ้าน เลือกผักที่มีรูพรุนจากการเจาะของแมลงบ้าง กินผักใบมากกว่าผักหัว เพราะผักหัวจะสะสมสารพิษไว้มากกว่า ดังนั้นควรนำมาล้างน้ำทำความสะอาดและปอกเปลือก (ในชนิดที่ทำได้) ก่อนนำมาปรุงอาหาร และเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ผักอนามัย ผักกางมุ้ง เป็นต้น สารกันรา เลือกกินอาหารที่สดใหม่ ไม่กินอาหารหมักดอง หรือเลือกซื้อ  จากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ซึ่งได้รับการรับรองคุณภาพหรือมีเครื่องหมาย อย. ส่วนสารบอร์แรกซ์หรือผงกรอบ ผู้บริโภคไม่ควรกินอาหารที่มีลักษณะกรอบเด้งหรืออยู่ได้นานผิดปกติ 
 
นางลัดดาวัลย์ โรจนพรรณทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีสำหรับกำจัดแมลงซึ่งเกษตรกรบางคนใช้ในปริมาณมากเกินไป จนทำให้อาจตกค้างมากับผัก หรือผลไม้สด อันตรายจากยาฆ่าแมลง เมื่อเรากินเข้าไปมากๆ ในครั้งเดียว จะเกิดพิษแบบเฉียบพลัน เช่น ทำให้กล้ามเนื้อสั่น กระสับกระส่าย ชักกระตุก และหมดสติ หายใจขัด และอาจหยุดหายใจได้ แต่พิษที่พบมากที่สุดคือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เกิดสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ สารกันราหรือสารกันบูด เป็นกรดที่มีอันตรายต่อร่างกายมาก ซึ่งผู้ผลิตอาหารบางรายนำมาใส่เป็นสารกันเสียในอาหารแห้ง เพื่อป้องกันเชื้อราขึ้น  อาหารที่มักพบว่ามีสารกันรา ได้แก่ น้ำผักดอง   น้ำดองผลไม้ เป็นต้น พิษของสารกันรา เมื่อกินเข้าไปจะทำลายเซลล์ในร่างกายให้ตาย หากกินเข้าไปมากๆ จะทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ ความดันโลหิตต่ำ จนช็อกได้ หรือในบางรายที่กินเข้าไปไม่มากแต่แพ้ จะทำให้เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว อาเจียน หูอื้อ มีไข้และสารบอร์แรกซ์หรือผงกรอบ  มีลักษณะเป็นผงสีขาวมีชื่ออื่นๆ อีก เช่น น้ำประสานทอง สารข้าวตอก ผงกันบูด เพ่งแซ ผงเนื้อนิ่ม สารบอร์แรกซ์ เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ทำแก้ว เพื่อทำให้ทนความร้อน เป็นสารประสานในการเชื่อมทอง เป็นสารหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราในแป้งทาตัว เป็นต้น แต่แม่ค้ามักนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่าย พิษของสารบอร์แรกซ์ เกิดได้สองกรณี คือ แบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบ ผมร่วง และแบบเรื้อรัง จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หน้าตาบวม เยื่อตาอักเสบ ตับไตอักเสบ 
 
open_close_button
top