• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอาง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอางให้ผลรวดเร็วและแม่นยำสามารถรู้ผลตรวจได้ภายใน 1นาทีโดยผ่านการทดสอบความถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารปรอทที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวว่าปรอทและสารประกอบของปรอทเป็นสารห้ามใช้ในสูตรตำรับเครื่องสำอางตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 37 พ.ศ.2532 สารปรอทในเครื่องสำอางออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้สร้างเม็ดสีไม่ได้ ผิวจึงขาวขึ้น และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย staphylococcusจึงป้องกันสิวได้ ปัจจุบันยังมีผู้ลักลอบใส่ในผลิตภัณฑ์ การใช้สารปรอทติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมในไต เป็นสาเหตุให้ไตอักเสบและไตวายได้ในที่สุดเครื่องสำอางที่พบสารห้ามใช้ดังกล่าวจัดเป็นเครื่องสำอางปลอม เดิมชุดทดสอบสามารถตรวจสอบได้เฉพาะสารปรอทแอมโมเนียเท่านั้น แต่ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ได้พัฒนาชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอางขึ้นเพื่อตรวจสอบสารปรอทและสารประกอบของปรอทให้ครอบคลุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเช่น เมอร์คิวริกไนเตรต เมอร์คิวริกออกไซด์ เมอร์คิวริกคลอไรด์ เป็นต้นโดยชุดทดสอบที่พัฒนาขึ้นใหม่ใช้หลักการทำปฏิกิริยาเคมีระหว่างน้ำยาทดสอบกับสารปรอทที่อยู่ในเครื่องสำอางเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่มีสีเฉพาะ เมื่อทดสอบความถูกต้องเปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐาน พบว่ามีความถูกต้อง ความไว และความจำเพาะ ร้อยละ92.2, 83.3 และ 100.0 ตามลำดับ สามารถตรวจพบสารปรอทในระดับต่ำสุด ร้อยละ0.02 และ 0.06 โดยน้ำหนักในตัวอย่างครีม และครีมเบสเหนียวจากการพัฒนาชุดทดสอบดังกล่าว ช่วยให้การนำไปใช้งานในภาคสนามมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาทดสอบไม่เกิน 1 นาที ซึ่งในขณะนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ได้ดำเนินการผลิตชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอางดังกล่าวเพื่อจำหน่ายจำนวน 2ขนาด ได้แก่ ชุดทดสอบกล่องละ50ตัวอย่างราคา 500 บาท และกล่องละ 10ตัวอย่างราคา200 บาท สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-5624-5618-20

ชุดทดสอบดังกล่าวมีขั้นตอนการใช้ไม่ยุ่งยาก โดยตักครีมด้วยไม้ตักตัวอย่างประมาณ0.2กรัมหรือขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วลิสงป้ายครีมโดยรอบผนังด้านในของหลอดทดสอบหยดน้ำยาทดสอบประมาณ0.25 มิลลิลิตรหรือ 20 หยด ลงในหลอดทดสอบปิดฝาหลอดทดสอบคว่ำและหงายเบาๆ ประมาณ10-20ครั้งอ่านผลการทดสอบทันที หากน้ำยาที่ก้นหลอดทดสอบเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีเหลืองอมส้มแสดงว่าตรวจพบสารปรอท แต่ถ้าน้ำยาทดสอบเป็นสีเขียวหรือไม่เปลี่ยนสี แสดงว่าตรวจไม่พบสารปรอทจากการเทียบเคียงผลตรวจของชุดทดสอบกับการตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการพบว่าให้ผลตรงกัน

รศ.คลินิก แพทย์หญิงวารุณี จินารัตน์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 3 และ 4(สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี)เฝ้าระวังความปลอดภัยเครื่องสำอาง(Cosmetic safety)อย่างต่อเนื่องโดยสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ครีมทาหน้าที่จำหน่ายในพื้นที่ตรวจวิเคราะห์สารห้ามใช้ 3 ชนิด ได้แก่ สารปรอท ไฮโดรควิโนนและกรดเรทิโนอิก ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา(2555-2557)ได้สุ่มเก็บตัวอย่างรวม 220 ตัวอย่าง พบผิดมาตรฐาน 96 ตัวอย่าง(ร้อยละ 43.6) โดยตัวอย่างที่ผิดมาตรฐานพบว่าเป็นสารปรอทถึงร้อยละ 89.6ดังนั้นชุดทดสอบที่ศูนย์ฯพัฒนาขึ้นจะเป็นเครื่องมืออย่างง่ายที่มีความสะดวกกับการใช้งานในพื้นที่ และช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ สามารถนำไปใช้ในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง

open_close_button
top