• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

นักวิจัยจุฬาฯ จับมือภาคเอกชนพัฒนาชุดตรวจเชื้อเอดส์ดื้อยาสำเร็จพร้อมใช้แล้ว

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ ภาคเอกชน คือ บริษัทแปซิฟิคไบโอเทคจำกัด ได้พัฒนาชุดตรวจเชื้อเอดส์ดื้อยา และทดสอบคุณภาพเป็นผลสำเร็จแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ทั้งในและต่างประเทศสามารถเข้าถึงการตรวจเชื้อดื้อยาที่มีคุณภาพและมีราคาถูกได้ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้เพื่อเป็นการลดการนำเข้าและนำไปสู่การส่งออกในอนาคตต่อไป

       การพัฒนาชุดตรวจเชื้อเอดส์ดื้อยา ชื่อ PolGene® HIV Drug resistance genotypic assay การพัฒนาการตรวจหาเชื้อเอชไอวีดื้อยาของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 โดยทีมวิจัยที่ประกอบด้วย ดร.สุณี ศิริวิชยกุล ศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค และศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ทั้งนี้ ดร.สุณี ศิริวิชยกุล ได้ผ่านการฝึกอบรมที่สหรัฐอเมริกาโดยมี Professor Scott Hammer แห่ง Harvard Medical School เป็นครูพี่เลี้ยง ซึ่งการตรวจหาเชื้อ HIV ที่ดื้อยาในสมัยนั้น ต้องเพาะเชื้อจากผู้ติดเชื้อแล้วใส่ยาต้านไวรัสลงไปเพื่อประเมินผลว่ายานั้นๆ สามารถควบคุมการแบ่งตัวของเชื้อได้มากหรือน้อยเพียงใด การทดสอบวิธีนี้เรียกว่า Phenotypic assay แต่เนื่องจากการเพาะเชื้อ HIV จากเลือดของผู้ป่วยมีขบวนการที่ยุ่งยาก ต้องใช้เวลาเป็นเดือน ค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่เป็นที่นิยมกัน ในระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้น มีการสะสมความรู้กลไกการดื้อยาและการกลายพันธุ์ของเชื้อ HIV อย่างเป็นระบบ  จึงมีการพัฒนาชุดตรวจและวิธีหาเชื้อดื้อยาโดยการตรวจสายพันธุกรรมที่กลายพันธุ์ไปออกมาจำหน่าย เรียกชื่อวิธีนี้ว่า Genotypic assay

       ในปี พ.ศ.2539 มีการก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือวิจัยด้านโรคเอดส์ระหว่าง 3  ประเทศ คือ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลียและ ไทย หรือ TheHIVNetherlands Australia and Thailand Research Collaboration (HIV-NAT) ขึ้นที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ร่วมกับ 2 ศาสตราจารย์ จากต่างประเทศ คือ Professor David Cooper  และ Professor Joep Lange เพื่อทำการศึกษาวิจัยยาต้านไวรัสเอดส์ที่เหมาะสำหรับคนไทย แต่ชุดตรวจเชื้อดื้อยาที่นำเข้ามีราคาแพง จึงได้สนับสนุน ดร.สุณี ศิริวิชยกุล ให้ศึกษาและพัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อดื้อยาโดยวิธี in house Genotypic assay ขึ้นมาใช้ในห้องปฏิบัติการ ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อการวิจัย พร้อมกับการประกันคุณภาพกับเครือข่ายนานาชาติ ด้านประกันคุณภาพการตรวจเชื้อเอดส์ดื้อยา และมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลกด้านโรคเอดส์อย่างต่อเนื่อง

       เนื่องจากมีวิธีตรวจที่พัฒนาขึ้นนี้มีราคาถูกกว่าชุดทดสอบสำเร็จรูปที่นำเข้า ประมาณครึ่งหนึ่ง (ราคาประมาณ 10,000 บาทในขณะนั้น) เพื่อให้ผู้ติดเชื้อไทยสามารถเข้าถึงการตรวจนี้ ทาง ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค จึงได้นำมาเปิดให้บริการที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 นอกจากนี้ยังได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่หน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ University of Malaya Medical Centre เป็นต้น

อย่างไรก็ตามปัญหาการระบาดของโรคเอดส์ยังคงเป็นปัญหาของประเทศและของทั่วโลกในประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อที่กำลังรักษาด้วยยาต้านไวรัสอยู่อย่างน้อย 200,000 ราย ทั่วโลกมีอยู่ประมาณเกือบ 10 ล้านคน และจากการประกาศของ WHO ในปีนี้ได้แนะนำให้เริ่มรักษาเร็วขึ้นคือ ที่ CD4 ต่ำกว่า 500 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อที่ต้องรับประทานยาเพิ่มขึ้นรวมเป็นประมาณ 25 ล้านคน ทั้งนี้โดยทั่วไปจะมีอัตราการดื้อยาที่ประมาณ 15-25% แล้วแต่กลุ่มประชากร ดังนั้นจะเห็นว่าความจำเป็นต้องมีชุดตรวจที่มีคุณภาพแต่ราคาถูกให้มีใช้และเข้าถึงในหลายๆ ประเทศทั่วโลก จึงเป็นแรงบันดาลใจและเป็นจุดเริ่มต้นให้ศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ และคณะ จับมือกันอย่างจริงจัง กับภาคเอกชน คือ บริษัท แปซิฟิคไบโอเทค จำกัด ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี  สู่ภาคอุตสาหกรรม และร่วมมือกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกและมาตรฐานสากล ISO15189 สำหรับห้องปฏิบัติการและ ISO17043 สำหรับการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อเอชไอวีดื้อยาต้านไวรัสแห่งชาติมีส่วนร่วมในการทดสอบและประเมินผลทั้งหมดของชุดน้ำยานี้ ชุดตรวจนี้ ได้ถูกตั้งชื่อว่า PolGene® บัดนี้ได้ทำสำเร็จแล้ว ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณแหล่งทุนสนับสนุนต่างๆ ที่สนับสนุนโครงการนี้ ได้แก่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ทุนเมธีวิจัยอาวุโส (สำหรับ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม) สกว. ทุนมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ สกอ. และทุนงบประมาณแผ่นดิน วช.

บริษัท แปซิฟิคไบโอเทค จำกัด  กับแผนการจัดจำหน่ายในอนาคต

นายทศพล พิชญโยธิน ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แปซิฟิคไบโอเทค จำกัด กล่าวว่า ในส่วนการได้รับสนับสนุน   เพื่อพัฒนางานวิจัยสู่การผลิตจัดจำหน่ายและด้านการตลาด  บริษัท แปซิฟิคไบโอเทค จำกัด   เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายชุดตรวจวินิจฉัยโรคชนิดเร็ว (Diagnostic Rapid Test Kit) ซึ่งมีทั้งแบบนำเข้าและรับจ้างผลิตมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี  บริษัทแปซิฟิคไบโอเทค จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มบริษัท BRIA โดยได้แตกไลน์ออกมาจากบริษัทกรุงเทพอาร์ไอเอแล็บจำกัด  ซึ่งเป็นแล็บเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย ในการให้บริการการตรวจวินิจฉัยโรค  และตลอด 30 ปีของกลุ่มบริษัท BRIA ได้มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนางานวิจัยของทางภาครัฐหลายโครงการ  สำหรับโครงการชุดทดสอบการดื้อยาในผู้ป่วยโรคเอดส์เป็นหนึ่งในโครงการที่ทางบริษัทได้มีการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยและได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากภาครัฐโดยสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนโครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติในปี 2554 เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตตามแนวคิดนวัตกรรมรวมถึงการพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพของชุดตรวจโดยได้รับความร่วมมือในการทดสอบประสิทธิภาพของชุดตรวจจากห้องปฎิบัติการ 3  แห่ง ภายใต้การดูแลของ ดร.สุณี ศิริวิชยกุล ในส่วนของห้องปฎิบัติการ VCI ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ดร.สิริพรรณ แสงอรุณ ในส่วนของห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ ดร. เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ในส่วนของห้องปฏิบัติการ อณูชีววิทยาบริษัทกรุงเทพอาร์ไอเอแล็บจำกัด บัดนี้ขั้นตอนการทำการทดสอบประสิทธิภาพจากห้องปฏิบัติการทั้ง 3 แห่งได้เสร็จสิ้นลงและทางบริษัทได้มีการวางแผนการจัดจำหน่ายชุดทดสอบดังกล่าวต่อไป

ความรู้ทางด้านอณูชีววิทยา (Molecular genetics & Molecular biology) ถูกนำมาประยุกต์ใช้ทางด้านการแพทย์มากขึ้น  เพื่อหาคำตอบหรือตอบคำถามทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันการตรวจวินิจฉัยโรคตลอดถึงการรักษาโรค ทางบริษัทฯได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวและถึงแม้ว่าราคาน้ำยาและสารเคมีที่ใช้ต่างๆ ในการให้บริการในการตรวจวินิจฉัยโดยใช้เทคนิคทางด้าน Polymerase Chain Reaction หรือ PCR  เมื่อเปรียบเทียบกับหลายปีที่ผ่านมาได้มีการปรับลดลงมาพอสมควร เนื่องจากมีการแข่งขันของภาคธุรกิจกันมากขึ้นควบคู่กับความรู้ทางด้านอณูชีววิทยาได้มีการพัฒนาและมีการศึกษามากขึ้น เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามสำหรับการตรวจการดื้อยาของเชื้อ  HIV-1  ยังคงมีราคาสูงมากทำให้ผู้ป่วยบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยได้ การร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาชุดตรวจในครั้งนี้เพื่อจุดประสงค์มุ่งเน้นการลดต้นทุนการตรวจเพื่อให้ผู้ป่วยทุกระดับชั้นสามารถเข้าถึง  การตรวจได้  อย่างไรก็ตามในด้านการตลาดทางบริษัทฯ ก็ยังคงหวังให้ทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน เพื่อร่วมผลักดันปรับเปลี่ยนจากวิธีการตรวจวินิจฉัยที่ต้องใช้  commercial kit ที่อาศัยน้ำยาตรวจวิเคราะห์จากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาเป็นการตรวจแบบ In house ที่ได้รับการทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลเทียบเท่าเพื่อใช้ในการตรวจการดื้อยาของเชื้อ HIV-1 ได้แพร่หลายมากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ทางบริษัทจะมุ่งมั่นร่วมกับนักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งห้องปฏิบัติการอื่นๆในการพัฒนาชุดตรวจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อลดการนำเข้า แต่เพื่อมุ่งหวังส่งออกต่อไปในอนาคตด้วย

 

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการตรวจเชื้อ HIV ดื้อยาโดยวิธี Genotypic assay

การอบรมครั้งนี้เป็นการแนะนำชุดตรวจนี้กับศูนย์บริการตรวจห้องปฏิบัติการประมาณ 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปใช้จริงและให้การประเมินเพื่อปรับปรุงต่อยอด สำหรับการขึ้นทะเบียนชุดตรวจสำหรับจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศต่อไปในเร็วๆ นี้ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการจัดเตรียมสถานที่และเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการจัดอบรม

open_close_button
top