• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

สธ.สร้างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการด้านคนและสัตว์ รับมือหวัดนก-โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 (MERS-CoV)

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การอนามัยโลก (WHO)และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา(USAID) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Molecular techniques for detection of avian influenza and MERS-CoV” ระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2557 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรของห้องปฏิบัติการสาธารณสุข (public health) และห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ (animal health) ให้มีความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

สธ.สร้างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการด้านคนและสัตว์ รับมือหวัดนก-โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 (MERS-CoV)

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วันนี้ (30 เมษายน 2557) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง“Molecular techniques for detection of avian influenza and MERS-CoV” ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและเชื้ออุบัติใหม่มาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันมีเชื้ออุบัติใหม่หลายชนิด ได้ระบาดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก โดยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ส่วนใหญ่ที่เกิดในมนุษย์ มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์หรือสัตว์ป่า เช่น ไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 สายพันธุ์ H7N9 และเชื้อโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือที่เรียกว่า MERS-CoV ซึ่งขณะนี้ได้มีสัญญาณที่อาจคุกคามสู่ประเทศไทย เนื่องจากได้พบผู้ป่วยติดเชื้อ MERS-CoV แล้วในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เชื้ออุบัติใหม่เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเชื้อร้ายแรง ผู้ป่วยมีอัตราตายสูง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ความรู้เกี่ยวกับตัวเชื้อ กลไกการระบาด และการก่อโรคยังมีอยู่อย่างจำกัด จึงต้องอาศัยระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็ง ซึ่งมีห้องปฏิบัติการเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน เพื่อให้สามารถตรวจจับเชื้อทั้งในสัตว์และคนให้ได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ ทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วย ตลอดจนมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยป้องกันการระบาดมิให้กระจายออกเป็นวงกว้าง

นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร   ของห้องปฏิบัติการสาธารณสุขและห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากกรมปศุสัตว์ โรงพยาบาลศูนย์ฯ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่ง รวมทั้งสิ้น 40 คน นอกจากจะเป็นการอบรมฟื้นฟูเทคนิคการตรวจวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐานสากลแล้วยังเป็นโอกาสดีที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการด้านคนและสัตว์ให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะที่โลกกำลังถูกภัยคุกคามจากเชื้ออุบัติใหม่ที่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การควบคุมโรคภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว รวมถึงการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นายแพทย์สมชาย แสงกิจพร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และโฆษกกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก ให้ครอบคลุมถึงเชื้ออุบัติใหม่ต่างๆ ได้อย่างทันการณ์ เห็นได้จากการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ MERS-CoV จากกลุ่มผู้แสวงบุญในพิธีฮัจน์ที่เมกกะ รวมถึงผู้ป่วย ที่มีอาการปอดบวม ปอดอักเสบรุนแรงทั่วประเทศ และได้ขยายการตรวจหาเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจตัวอื่นๆ อีก โดยมีหน่วยตรวจวินิจฉัยโรคกลาง (CDU) เป็นหน่วยงานใหม่ที่ให้บริการ จึงเห็นได้ว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี ทั้งการสนับสนุนการตรวจวิเคราะห์เชื้อและยืนยันสายพันธุ์ของเชื้อ ติดตามการกลายพันธุ์และการดื้อยา ตลอดจนการเสนอข้อมูลและความรู้ในสถานการณ์การระบาดที่รวดเร็วและเป็นปัจจุบัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลกที่จะนำไปสนับสนุนการควบคุมและป้องกันโรค รวมถึงการผลิตและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอุบัติใหม่ต่างๆ สร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้แก่ประชากรโลกต่อไป 

 

open_close_button
top