• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนใช้จุลินทรีย์บีเอสชนิดเดียวฉีดพ่นติดต่อกัน 3 เดือน อาจทำให้ยุงดื้อได้

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยการใช้จุลินทรีย์บาซิลลัส สเฟียริคัส หรือบีเอส ฉีดพ่นลงในแหล่งน้ำเน่าขังที่พบลูกน้ำยุงรำคาญเพียงชนิดเดียวติดต่อกัน 3 เดือน อาจทำให้ยุงดื้อได้ ชี้ควรใช้สารกำจัดลูกน้ำยุงที่เหมาะสม ได้แก่ สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง เช่น ไดฟลูเบนซูรอนหรือโนวาลูรอน ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำว่ามีความปลอดภัยต่อมนุษย์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สำหรับประชาชนควรป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เช่น การนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด ใช้สารทาป้องกันยุงหรือยาจุดกันยุงและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุง
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนใช้จุลินทรีย์บีเอสชนิดเดียวฉีดพ่นติดต่อกัน 3 เดือน อาจทำให้ยุงดื้อได้
 
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัญหายุงรบกวนเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งต่อการดำรงชีวิตของคนในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงรำคาญพาหะโรคฟิลาเรีย (โรคเท้าช้าง) ซึ่งมีแหล่งเพาะพันธุ์ในแหล่งน้ำเน่าและท่อระบายน้ำ การพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุงตัวเต็มวัยนั้นมีขั้นตอนยุ่งยากและต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้อย่างถูกต้อง ใช้งบประมาณสูง แต่ได้ผลแค่ระยะสั้นๆ เพียง 1-2 วัน เท่านั้น ทั้งนี้ผลจากการวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ผ่านมาพบว่าการกำจัดลูกน้ำยุงรำคาญสามารถดำเนินการได้ในเบื้องต้น โดยการเก็บขยะที่ลอยอยู่บริเวณน้ำเน่าเสียขึ้นและอาจปล่อยปลากินลูกน้ำลงไปร่วมด้วย อย่างไรก็ตามมาตรการเบื้องต้นเหล่านี้ ยังไม่สามารถลดจำนวนลูกน้ำยุงรำคาญได้มากพอ จึงยังจำเป็นต้องใช้สารกำจัดลูกน้ำยุงรำคาญที่เหมาะสม ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำว่ามีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง เช่น ไดฟลูเบนซูรอน (Diflubenzuron) หรือโนวาลูรอน (Novaluron) หรือใช้จุลินทรีย์บาซิลลัส สเฟียริคัส (Bacillus sphaericus)หรือ บีเอส ฉีดพ่นลงในแหล่งน้ำเน่าขังที่พบลูกน้ำยุงรำคาญ อย่างไรก็ตามนักวิจัยของกรมวิทย์ฯ พบว่า การใช้จุลินทรีย์บีเอส เพียงชนิดเดียวติดต่อกันประมาณ 3 เดือน ก่อให้เกิดการดื้อในภายหลังได้ จึงได้ทดลองใช้จุลินทรีย์บีเอสผสมกับจุลินทรีย์บาซิลลัส ทูริงจิเอนซิส (Bacillusthuringiensis) หรือ บีทีไอ ผลปรากฏว่าสามารถควบคุมยุงรำคาญได้อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ทั้งนี้จุลินทรีย์ดังกล่าวที่นำมาใช้นั้นไม่ใช่ส่วนที่มีชีวิต แต่เป็นโปรตีนที่เป็นพิษเฉพาะกับลูกน้ำยุงเท่านั้นและไม่สามารถขยายพันธุ์ในน้ำได้
 
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการกำจัดลูกน้ำยุงลายพาหะโรคไข้เลือดออกนั้น ควรเน้นกำจัดในแหล่งเพาะพันธุ์ที่พบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาชนะที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ ตุ่มน้ำ บ่อคอนกรีต ถังพลาสติก จานรองกระถางต้นไม้ จานรองใส่น้ำกันมด ฯลฯ หรือภาชนะธรรมชาติ ได้แก่ รูต้นไม้ กาบใบไม้ ตอไม้ ฯลฯ โดยใช้สารกำจัดลูกน้ำยุงลาย เช่น ซีโอไลท์กำจัดลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้รับการยกย่อง จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมไทยตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งจากการวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่ามีความคงทนได้ประมาณ 3 เดือนใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ แต่นานกว่าการใช้จุลินทรีย์บีทีไอ ซึ่งมีความคงทนประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทำให้ประหยัดแรงงานไม่ต้องใช้บ่อย โดยผลงานดังกล่าวเป็นการดำเนินงานร่วมกันของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และบริษัท อิคาริ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการให้มีการวางจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถใช้ทรายกำจัดลูกน้ำยุงจุลินทรีย์บีทีไอหรือการใช้สารยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลง เช่น ไดฟลูเบนซูรอนใส่ลงในแหล่งเพาะพันธุ์ที่พบลูกน้ำยุงลาย หรือใช้ไม้ช๊อตยุงหรือสเปรย์กระป๋องกำจัดแมลงฉีดพ่นกำจัดยุง ในแหล่งเกาะพักของยุงภายในบ้าน ได้แก่ สิ่งห้อยแขวนต่างๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว ซึ่งมีกลิ่นอับของเหงื่อติดอยู่ เป็นตัวดึงดูดยุงที่สำคัญเป็นมาตรการเสริมควบคู่ไปกับการกำจัดลูกน้ำยุง
 
การป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดก็เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพอีกอย่างหนึ่งที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เช่น การนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวดกันยุง และการใช้สารทาป้องกันยุงหรือยาจุดกันยุงป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีนวัตกรรมที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ทาป้องกันยุง คือ โลชั่นกันยุง รีเพลมอส (RepelMos) ซึ่งที่ผ่านมาได้แจกจ่ายให้แก่ประชาชนเพื่อใช้ป้องกันโรคที่นำโดยยุงในภาวะที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยมีข้อดี คือ ป้องกันการกัดของยุงพาหะได้ทุกชนิดนาน 5-7 ชั่วโม ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง ไม่มีกลิ่นรบกวนผู้ใช้และ ไม่เหนียวเหนอะหนะ นอกจากป้องกันยุงได้แล้วโลชั่นกันยุงรีเพลมอสยังสามารถป้องกันการกัด ของริ้นดำ(คุ่น) ริ้นน้ำเค็ม(ปึ่ง)และทากดูดเลือดได้อีกด้วย
 
open_close_button
top