• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนพบน้ำหมักผสมยาและสารเคมีอันตราย...ดื่มแล้วเสี่ยงมะเร็ง

กระทรวงสาธารณสุข โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำหมัก ตราผู้ใหญ่สุพรรณ และตราโสมตังเซียม พบมีส่วนผสมของยาและสารเคมีอันตราย แนะประชาชนไม่นำมาบริโภค
 
นายแพทย์อภิชัย  มงคล  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  เปิดเผยว่า  เมื่อไม่นานมานี้  ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา  ได้รับตัวอย่างส่งตรวจจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  จำนวน  3  ตัวอย่าง  จำแนกเป็น  ของเหลวใสในขวดแก้วสีชา  จำนวน  1  ตัวอย่าง  และตัวอย่างเครื่องดื่มน้ำหมักในภาชนะบรรจุปิดสนิท  จำนวน  2  ตัวอย่าง  ได้แก่  เครื่องดื่มน้ำหมักพืชแท้เต็มพลัง  ตราผู้ใหญ่สุพรรณ  และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราโสมตังเซียม  ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อโคลิฟอร์ม ( Coliforms ) และ อี. โคไล ( E. coli )  ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษ  ในปริมาณที่เกินมาตรฐานกำหนด รวมทั้งมีส่วนผสมของยาและสารเคมีอันตรายในเครื่องดื่มน้ำหมักทั้ง  2  ตัวอย่าง  ได้แก่ สารไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane)  สารไซ-โปรเฮปตาดีน (Cyproheptadine) โดยพบสารไดคลอโรมีเทนในเครื่องดื่มน้ำหมักพืชแท้เต็มพลัง ตราผู้ใหญ่สุพรรณ  4,695 มิลลิกรัม/ลิตร  ในน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราโสมตังเซียม พบไดคอลโรมีเทน 5,174 มิลลิกรัม/ลิตร ส่วนในของเหลวใสในขวดแก้วสีชา  ตรวจพบสารไดคลอโรมีเทน ในปริมาณสูงถึง 692,088 มิลลิกรัม/ลิตร  ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา  กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยามีปริมาณไดคลอโรมีเทนเจือปนได้ไม่เกิน 600 ส่วนในล้านส่วน หรือคิดเป็น 600 มิลลิกรัม/ลิตร นอกจากนี้สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สหรัฐอเมริกา กำหนดให้มีปริมาณไดคลอโรมีเทนปนเปื้อนในน้ำดื่มได้ไม่เกิน 0.005 มิลลิกรัม/ลิตร อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่  9  นครราชสีมา  ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยผู้บริโภคไม่ควรซื้อน้ำหมักดังกล่าวมาบริโภค  
 
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวต่ออีกว่า หากผู้บริโภคดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรน้ำหมักที่มีสารไดคลอโรมีเทน จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจทำให้เกิดแผลและมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ทำให้มีเอ็นไซม์ตับสูงขึ้น และอาจจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้  นอกจากนี้เชื้อโคลิฟอร์ม และอี. โคไล ที่ตรวจพบในน้ำหมักจะทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการท้องร่วงเล็กน้อย  จนกระทั่งรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจจะมีเลือดปน และมีไข้ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรจะได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ถ้าผู้ผลิตยังเติมสารอันตรายลงในผลิตภัณฑ์ และมีสุขลักษณะการผลิตที่ไม่ดี ผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ 
 
นางธิดารัตน์ บุญรอด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา  กล่าวว่า  ไดคลอโรมีเทน  จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย  พ.ศ. 2535  ของกระทรวงอุตสาหกรรม  เป็นสารที่มีสภาพเป็นของเหลวใสไม่มีสี  ระเหยได้ง่าย  ไม่ติดไฟและไม่ระเบิด  ใช้เป็นตัวละลายไขมันและเป็นตัวทำละลายแว็กซ์และเรซิน  จึงมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสี พลาสติก และฟิล์มถ่ายภาพ  หากกลืนกินจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้  อาเจียน  เกิดแผลและมีเลือดออกในทางเดินอาหาร  หากหายใจเอาสารดังกล่าวเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคือง  ไอ  หายใจลำบาก  เจ็บแน่นทรวงอก  กล้ามเนื้อหัวใจตาย  และหัวใจหยุดเต้นได้  นอกจากนี้  มีรายงานว่า  สารไดคลอโรมีเทน  เป็นสารที่ก่อให้เกิดเนื้องอกในระบบทางเดินหายใจ  ตับ  และเต้านมในสัตว์ทดลอง  รวมถึงอาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ด้วย  สำหรับการปฐมพยาบาล  ถ้ากลืนกินสารเข้าไปอย่ากระตุ้นให้อาเจียน  ควรนำส่งแพทย์ทันที  ถ้าหายใจเข้าไปให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์  หากผู้ป่วยหยุดหายใจให้ช่วยผายปอด  และนำส่งแพทย์  ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่  ถ้าถูกลูกตาให้ล้างทันทีด้วยน้ำอย่างน้อย  15  นาที
 
สำหรับไซโปรเฮปตาดีน  เป็นยาในกลุ่มแอนติฮีสตามีน  จัดเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทยาอันตราย  ตามพระราชบัญญัติยา  พ.ศ. 2510  ใช้รักษาอาการแพ้  เช่น  ผื่นคัน  น้ำมูกไหล  ลมพิษ  ทั้งยังมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง  ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะจากไมเกรน  และยานี้มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึม  ปากแห้ง  หรือมองภาพไม่ชัดเจน ช่วยกระตุ้นให้ทานอาหารได้  การรับประทานยาไซโปรเฮปตาดีนจึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร 
 
 
 
 
 
open_close_button
top