• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2560 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30   
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจรับรองคุณภาพวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดในประเทศ ให้มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

 

       กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบรับรองคุณภาพวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศ ก่อนนำออกสู่ตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก
       นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคฮิตในช่วงนี้คือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมักพบได้เสมอในช่วงอากาศแปรปรวน เนื่องจากร่างกายอาจปรับสภาพไม่ทัน ไข้หวัดใหญ่ก่อให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยสามารถหายเองได้ จนถึงขั้นรุนแรง และมีอาการแทรกซ้อนถึงกับเสียชีวิตได้ แต่หากได้รับการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง มีการป้องกันโดยการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันไว้ก่อน ก็จะสามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคได้
   ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดทั่วโลกเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A และ B ซึ่งมีสายพันธุ์ย่อยลงไปอีก สัดส่วนในการระบาดของทั้ง 2 สายพันธุ์ย่อยไม่แน่นอน คาดการณ์ได้ยากกว่าจะเกิดการระบาดจากสายพันธุ์ใดจึงเป็นปัญหาที่สำคัญในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่  ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่นำมาใช้สร้างภูมิคุ้มกันมี 2 ชนิดคือ ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent Influenza vaccine) และ 4 สายพันธุ์  (Quadrivalent Influenza vaccine) ซึ่งชนิด 4 สายพันธุ์สามารถป้องกันโรคได้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่มีการระบาดมากกว่าแต่มีราคาสูง สำหรับประเทศไทยพบมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เกือบตลอดทั้งปี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ใช้ในประเทศจึงมีทั้งวัคซีนซีกโลกเหนือ และ ซีกโลกใต้ จากประกาศขององค์การอนามัยโลกในเดือนกันยายน 2559 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ซีกโลกใต้ ชนิด 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วยไวรัสสายพันธุ์ A/Michigan/45/2015 (H1N1)pdm09-like virus  A/Hong Kong/4801/2014 (H3N2)-like virus และ B/Brisbane/60/2008-like virus และเพิ่ม B/Phuket/3073/2013-like virus สำหรับวัคซีน 4 สายพันธุ์ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ซีกโลกใต้ชนิด 3 สายพันธุ์ในการฉีดรณรงค์ทุกปี  และในปี 2560 นี้ได้กำหนดการรณรงค์การให้วัคซีนในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม แก่บุคลากรทางด้านการแพทย์และประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้แก่หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปีทุกคน ผู้มีโรคเรื้อรัง บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปทุกคน ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ป่วยธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคอ้วนน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม
       อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีอายุ 1 ปีเมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ฉีดได้ในผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป สามารถป้องกันโรคได้ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นระดับภูมิคุ้มกันจะลดลงไม่สามารถป้องกันโรคได้ถึงแม้จะได้รับเชื้อไวรัสตัวเดิมก็ตาม นอกจากนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ทุกสายพันธุ์ที่มีการระบาด แต่จะป้องกันได้ในไวรัสสายพันธุ์ตรงกับที่ผลิตวัคซีนเท่านั้น และจากผลการศึกษาของนักวิจัยหลายคณะพบว่าผู้สูงอายุ เด็กเล็กและผู้มีโรคประจำตัว ให้ผลป้องกันโรคไข้หวัดได้ต่ำกว่าร้อยละ 60 แต่ถึงแม้วัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้เต็มร้อยแต่ก็สามารถช่วยลดอาการรุนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนและลดอัตราการเสียชีวิตได้

     อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกชนิดสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ทั้งมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด เป็นไข้ ปวดเมื่อย แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วันหลังฉีดยา  ส่วนอาการแพ้รุนแรงหลังการฉีดนั้นพบได้น้อยมาก จะมีอาการปรากฏให้เห็นภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด อาจมีอาการหายใจไม่สะดวก หายใจมีเสียงดัง หอบ เสียงแหบ ลมพิษ หัวใจเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ดังนั้นหลังฉีดวัคซีนควรสังเกตอาการ 2-4 ชั่วโมง

“วัคซีนทุกรุ่นการผลิตทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศ ก่อนนำออกสู่ตลาดจะต้องผ่านการตรวจสอบรับรองคุณภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุ ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมคุณภาพภาครัฐด้านวัคซีนและยาชีววัตถุ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก” นายแพทย์สุขุม กล่าวทิ้งท้าย

open_close_button
top