• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทย์ฯ นำนานาประเทศร่วมสร้างความเข้มแข็งระบบห้องปฏิบัติการ รองรับโรคระบาดในภูมิภาคภายใต้วาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก

 

 

 

     ประเทศไทยโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แสดงศักยภาพการเป็นผู้นำ ด้านการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการ ภายใต้วาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda: GHSA) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของระบบห้องปฏิบัติการให้สามารถสนับสนุน การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อแบบเวลาจริง (real-time) หรือ "Real-time Biosurveillance” คือมีขีดความสามารถในการตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care)ได้ทันที และมีขีดความสามารถในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่ทันสมัย 
       นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ผลการประชุมกลุ่มประเทศผู้นำวาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลกชุดกิจกรรมเฝ้าระวังที่ 1:ระบบห้องปฏิบัติการแห่งชาติ (Detect 1: National Laboratory System) ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ไทย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และประเทศผู้สนับสนุน ได้แก่ แคนาดา จีน เอธิโอเปีย ฟินแลนด์ จอร์เจีย อิสราเอล ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก เปรู และสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2559 ได้ให้การสนับสนุนแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค (Regional Strategic Roadmap) ด้านการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการระหว่างปี พ.ศ. 2559-2563 ระหว่างประเทศเจ้าภาพหลักกับประเทศสมาชิกที่สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ASEAN และ SARRC และองค์การระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อแบบเวลาจริง (real-time) หรือ "Real-time Biosurveillance” ซึ่งต้องมีขีดความสามารถในการตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point-of-Care) และขีดความสามารถในการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย โดยมี 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์นโยบายการขึ้นทะเบียนและการอนุญาต 2) ขีดความสามารถการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ 3) ระบบบริหารคุณภาพ 4) ระบบบริหารความเสี่ยงทางชีวภาพ 5) เครือข่าย 6) สุขภาพหนึ่งเดียว และ 7) กำลังคนทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถใช้เป็นกรอบการคัดเลือกกิจกรรมที่จะดำเนินการในระดับภูมิภาคและเป็นเครื่องมือในการติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาระบบห้องปฏิบัติการตามแนวทางวาระความมั่นคงสุขภาพโลก (GHSA) อย่างไร ก็ตามพบว่าแต่ละประเทศมีบริบททางห้องปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ดังนั้น การนำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ไปใช้งาน สามารถปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศได้ 
       นายแพทย์สุขุม กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้จัดการประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างประเทศเจ้าภาพหลัก ประเทศสมาชิกที่สนับสนุนและองค์การระหว่างประเทศ และการดำเนินการต่อจากนี้ไปจะได้มีการเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคที่พัฒนาขึ้น โดยการประกาศชุดกิจกรรมหลักที่จะดำเนินการในปี 2559-2560 อาทิ การอบรมให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกในหลักสูตร Bioengineering containment และ Biorisk management รวมทั้งเรื่อง specimen referral systemซึ่งเกี่ยวข้องกับการขนส่งเชื้อระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ICAO และจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคครั้งที่ 2 เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ โดยจะมีการประชุมระดับผู้นำของประเทศผู้นำในชุดกิจกรรมด้านการพัฒนาเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขในในวันที่ 7 - 9 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 นับเป็นความร่วมมือกันในการดำเนินกิจกรรมภายใต้ ชุดกิจกรรมเฝ้าระวังที่ 1:ระบบห้องปฏิบัติการแห่งชาติ เร่งสร้างความเข้มแข็งของห้องปฏิบัติการให้มีขีดความสามารถในการตรวจเฝ้าระวังโรคติดเชื้อที่ทันสมัยในทันทีที่เกิดโรค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความคืบหน้าในการดำเนินการด้านความปลอดภัยและความมั่นคงจากภัยคุกคามโรคติดเชื้อ ส่งเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพให้เป็นวาระระหว่างประเทศที่มีความสำคัญ และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินการตามแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ระดับประเทศด้านห้องปฏิบัติการ

       “วาระความมั่นคงด้านสุขภาพโลก มีขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการควบคุมป้องกันโรค และภัยสุขภาพรุนแรงในประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลักดันให้แต่ละประเทศเพิ่มศักยภาพการป้องกันควบคุมโรคให้มีความเข้มแข็ง และมีแผนความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาค ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยเร่งการพัฒนาสมรรถนะด้านสาธารณสุขของกฎอนามัยระหว่างประเทศ” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าว

open_close_button
top