• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

นักวิทย์ฯไทยจับมือญี่ปุ่น สร้างนวัตกรรมการรักษาวัณโรคเพื่อยุติวัณโรคในกลุ่มประเทศอาเซียน

 

 

         กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โชว์ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประกอบการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ในการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่องนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาเพื่อกลยุทธ์ยุติวัณโรค อาทิ การถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อประเมินภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรค การตรวจพันธุกรรมและการติดตามระดับยาในเลือดเพื่อปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม  เพื่อใช้เทคโนโลยีใหม่ในการดำเนินกลยุทธ์ยุติวัณโรคในกลุ่มประเทศอาเซียน

         วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2559) ที่โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กทม. นายแพทย์ธวัช  สุนทราจารย์  ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาเพื่อกลยุทธ์ยุติวัณโรค “Innovative Interventions and Researches for End TB Strategy”จัดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับโครงการสร้างศักยภาพวิจัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยาในอาเซียนซึ่งได้รับทุนจาก Fogarty International Center, National Institute of Health

        นายแพทย์ธวัช กล่าวว่า วัณโรคเป็นโรคติดต่อเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย  และประเทศในเขตอาเซียน เนื่องจาก 8 ใน 10 ประเทศสมาชิกถูกจัดเป็นประเทศที่มีภาระโรคของวัณโรคสูง กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายสนับสนุนให้นำผลงานวิจัยต่อยอดพัฒนามาใช้ในการตรวจรักษา เพื่อยุติปัญหาวัณโรคทั้งในประเทศไทยและอาเซียน ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศใช้กลยุทธ์ยุติวัณโรคเริ่มในปี 2559 เน้นการนำเทคโนโลยีและยาใหม่มาใช้ในการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค สนับสนุนให้แต่ละประเทศใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมอย่างพอเพียงและยั่งยืน เร่งสร้างสิ่งใหม่ใช้การวิจัยเป็นหนึ่งในสามเสาหลักเพื่อดำเนินกลยุทธ์ยุติวัณโรค มีตัวชี้วัดให้ทุกประเทศต้องพัฒนาศักยภาพในการวิจัยด้านวัณโรค

        สำหรับประเทศไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 120,000 ราย เสียชีวิตประมาณ 10,000 ราย และมีผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาอย่างน้อย 2,200 ราย ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการวินิจฉัยทั้งที่คนไทยสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาวัณโรคเพราะการตรวจและรักษาวัณโรคถูกบรรจุอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดให้การยุติวัณโรคเป็นเป้าหมายสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติ (ด้านสาธารณสุข) ตั้งเป้าหมายให้ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากวัณโรคให้ได้ปีละ 9,000 ราย

        ด้านนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียวในการวิจัยด้านวัณโรค และได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากไจก้า (Japan International Cooperation Agency : JICA) ประเทศไทย และองค์กรวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Agency for Medical Research and Development : AMED) ภายใต้โปรแกรม Science and Technology Research Partnership for Sustainable Development (SATREPS) โครงการ“Integrative Application of Hostand Genomic Information for Tuberculosis Elimination วิจัยและพัฒนาจนได้นวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ประกอบด้วย การตรวจเลือดเพื่อประเมินการแสดงออกของยีนที่ช่วยในการวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรค การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคเพื่อการประเมินภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรค วิธีตรวจระดับยาต้านวัณโรคเพื่อประเมินขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม และการตรวจพันธุกรรมเพื่อปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสมกับลักษณะพันธุกรรมโดยจะนำเสนอผลงานทั้งหมดในการประชุมครั้งนี้ด้วย

        นอกจากนี้ ได้เชิญนักวิจัยด้านวัณโรคจากประเทศ ญี่ปุ่น อังกฤษ อินโดนีเชีย สิงคโปร์ พม่า เนปาล และประเทศไทย ร่วมถ่ายทอดความรู้ทั้งด้านระบาดวิทยา เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข แบคทีเรียวิทยา พันธุกรรม เภสัชวิทยา และแบ่งปันประสบการณ์ด้านการวิจัยวัณโรค เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคที่แพร่ทางการหายใจ มีความเสี่ยงการแพร่ข้ามประเทศได้ง่ายจากการเดินทางระหว่างประเทศ การสร้างความร่วมมือการวิจัยในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการควบคุมวัณโรคที่จำเป็นและยั่งยืนสำหรับผู้ป่วยวัณโรคในภูมิภาคโดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินกลยุทธ์ยุติวัณโรคในกลุ่มประเทศอาเซียนตามกลยุทธ์ที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศไว้" นายแพทย์สุขุมกล่าว

open_close_button
top