• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กทม. เฝ้าระวังอาหารในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ช่วงปีใหม่

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตตลิ่งชัน  คลองเตย จตุจักร และปทุมวัน  ให้ความรู้พ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายอาหารในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ได้แก่ หมอชิต  เอกมัย  สายใต้ใหม่  และสถานีรถไฟหัวลำโพง  หลังตรวจพบอาหารไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยร้อยละ 54.5 แนะประชาชนผู้เดินทางเลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าต้องประกอบอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ล้างวัตถุดิบให้สะอาดก่อนปรุง อย่าหยิบจับอาหารด้วยมือเปล่า ไม่ใช้อุปกรณ์สัมผัสอาหารดิบและสุกร่วมกัน นอกจากนี้ต้องล้างอุปกรณ์ โดยเฉพาะเขียงให้สะอาดหลังเลิกขายทุกวัน และจัดเก็บอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันการไต่ตอมของสัตว์พาหะนำโรค
 
ข้าวแกง
 
    
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตตลิ่งชัน สำนักงานเขตคลองเตย  สำนักงานเขตจตุจักร  และสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ได้แก่ หมอชิต  เอกมัย สายใต้ใหม่ และสถานีรถไฟหัวลำโพง  ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยสุ่มเก็บตัวอย่างอาหารพร้อมบริโภค  เครื่องดื่ม และน้ำแข็ง  รวมจำนวน 99 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  พบตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพทางจุลชีววิทยาของอาหารและภาชนะสัมผัสอาหาร
54 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 54.5 สาเหตุเนื่องจากตรวจพบเชื้อ อี. โคไล เกินเกณฑ์ฯ 43 ตัวอย่าง ยีสต์ในเครื่องดื่ม 7 ตัวอย่าง  เชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษ 15 ตัวอย่าง ทั้งนี้ภายหลังจากตรวจพบได้แจ้งผลการตรวจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และผู้จำหน่ายอาหารทราบ  พร้อมทั้งได้ให้ความรู้กับผู้จำหน่ายอาหารในสถานีขนส่งทั้ง 4 แห่ง ในการประกอบอาหารให้ปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานภาครัฐจะดำเนินการตรวจติดตามความปลอดภัยอาหารเป็นระยะเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
 
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวต่ออีกว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารที่จำหน่ายตามสถานที่ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ายังมีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่บ่งชี้สุขลักษณะการผลิต และเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ เชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่จะก่อให้เกิดอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางรายอาจเกิดอาการช็อกหมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ สำหรับการรักษาอาการเบื้องต้นทำได้โดยให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ หลังดื่มแล้ว 8-12 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้นให้นำส่งโรงพยาบาลทันที อย่างไรก็ตามผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดโรคได้ โดยเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรืออาหารที่มีการอุ่นให้ร้อนเสมอ และเลือกร้านที่ใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สะอาดมีฝาปิด สำหรับผู้ขาย ต้องอุ่นอาหารให้ร้อนอยู่เสมอหรืออุ่นทุก  2 ชั่วโมง ไม่หยิบจับอาหารด้วยมือเปล่า ไม่ใช้อุปกรณ์สัมผัสอาหารดิบและอาหารสุกร่วมกัน และอาหารที่ปรุงสุกแล้วให้ใส่ในภาชนะมีฝาปิด ล้างอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเขียง ให้สะอาดหลังเลิกขายทุกวัน และจัดเก็บอย่างมิดชิดเพื่อป้องกันการไต่ตอมของสัตว์พาหะนำโรค สวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย  หมวกคลุมผม ใส่ผ้ากันเปื้อนที่สะอาด ไม่ไอหรือจามขณะหยิบจับหรือตักอาหาร เท่านี้ผู้ประกอบการจะมีส่วนช่วยลด หรือป้องกันการเกิดโรคอาหารเป็นพิษไปสู่ผู้บริโภคได้
open_close_button
top