• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

ไทยโชว์ศักยภาพเป็นผู้นำด้านตรวจวินิจฉัยโรคติดต่อร้ายแรงในการประชุมระดับนานาชาติ


                     กระทรวงสาธารณสุขไทยโชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำด้านการตรวจวินิจฉัยโรคติดต่อร้ายแรงสูง และมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ในเวทีการประชุมวาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda :GHSA) เตรียมผลักดันกิจกรรมใน Road Map ของไทย  เช่น ระบบการส่งต่อสิ่งส่งตรวจโรคอันตรายร้ายแรงต่างๆ ระหว่างประเทศ เป็นต้น ให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาค  พร้อมทั้งเป็น Training Center ด้านการพัฒนาห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

                นายแพทย์อภิชัย  มงคล  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระหว่างประเทศ “Enhancing Regional Partnership towards Strengthening Laboratory System in Accelerating GHSA’S Implementation: Detect 1” ณ โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร ว่า ในปี 2557 ประเทศไทยโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศเจตจำนงในการประชุมสุดยอดความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security Agenda :GHSA) ที่จัดขึ้นที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี ซี ว่าไทยประกาศเจตจำนงที่จะเป็นผู้นำใน 2 ชุดกิจกรรม คือ ชุดกิจกรรมเฝ้าระวังที่ 1 “Detect 1: National Laboratory System”ด้านการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยเชื้อโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง ได้แม่นยำ รวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และ ชุดกิจกรรมเฝ้าระวังที่ 5 “Detect 5: Work force Development”การพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยา เพื่อให้ทำหน้าที่เฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรค และให้การสนับสนุนการดำเนินการชุดกิจกรรมป้องกันที่ 1 “Prevent 1: Antimicrobial resistance (AMR)” ด้านการต่อต้านเชื้อดื้อยา

                ซึ่งในการประชุมครั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รับเป็นเจ้าภาพชุดกิจกรรมเฝ้าระวังที่ 1 ซึ่งต้องรับหน้าที่พัฒนาระบบห้องปฏิบัติการสาธารณสุขของประเทศไทยให้สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันโรคติดต่อร้ายแรงสูงต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว รวมทั้งให้มีระบบการส่งต่อตัวอย่างที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และรณรงค์ ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือจากประเทศต่างๆ ในโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคใกล้เคียง ให้พัฒนาศักยภาพระบบห้องปฏิบัติการที่สามารถรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดจากโรคติดต่อร้ายแรงสูงต่างๆ ที่เป็นโรคติดต่อข้ามพรมแดน เช่น โรค Ebola, โรคเมอร์ส หรือโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงสูง รวมทั้งภัยก่อการร้ายทางชีวภาพ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเร่งการพัฒนาสมรรถนะด้านชีวะของกฎอนามัยระหว่างประเทศ (International Health Regulations หรือ  IHR )

                นายแพทย์อภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม GHSA เป็นการประชุมร่วมระหว่างประเทศเจ้าภาพหลัก  ประเทศสมาชิกที่สนับสนุนการดำเนินกิจกรรม Detect 1 ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ASEAN และ SARRC และองค์การระหว่างประเทศที่เป็นแหล่งผู้เชี่ยวชาญและแหล่งทุน ซึ่งจะร่วมกันผลักดันให้กิจกรรมที่ปรากฏใน Road Map สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน อาทิ ระบบการส่งต่อสิ่งส่งตรวจโรคอันตรายร้ายแรงต่างๆ ระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีศักยภาพในการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ครอบคลุมโรคร้ายแรงต่างๆ และมีประสบการณ์และความพร้อมในด้านการฝึกอบรมระหว่างประเทศในหลายด้าน จึงมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางรับตรวจตัวอย่างที่ส่งต่อมายังประเทศข้างเคียง และเป็น training center ด้านการพัฒนาห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

                 "เมื่อการประชุมนี้แล้วเสร็จ และบรรลุข้อตกลงการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ  การมีระบบการส่งต่อตัวอย่างที่มีประสิทธิภาพ  ประชาชนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง และอาจส่งผลถึงภาพรวมทั้งโลก จะได้รับการปกป้องภัยอันตรายและอาจเป็นการรักษาชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที จากความเสี่ยงที่จะเกิดจากการติดเชื้อโรคระบาดข้ามพรมแดนที่มีอันตรายร้ายแรงสูง เพราะห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ  ส่งผลให้ทีมแพทย์ทำการรักษาได้รวดเร็ว ตรงโรค  ทีมป้องกันสามารถยับยั้งการเคลื่อนย้าย และกักกันสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะโรค ยับยั้งการเดินทางของผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัยว่านำเชื้อโรค และกักกัน เฝ้าระวังการกระจายเชื้อจากคนสู่คน สัตว์สู่คน  โรคติดต่อเป็นภัยร้ายแรงที่ไม่มีพรมแดน การเสริมสร้างสมรรถนะการตอบโต้กับรคร้ายแรงของภุมิภาค  เป็นการสร้างความมั่นคงแก่สุขภาพประชาชน  หากบรรลุข้อตกลงร่วมกันเท่ากับว่าเราได้เดินหน้าไปอีกขั้น ในการจะทำให้ภูมิภาคนี้ของโลกมั่นคงขึ้น ซึ่งจะมีการแถลงสรุปผลการประชุม โดยมี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และผู้แทนชุดกิจกรรมจากประเทศผู้นำชุดกิจกรรมด้านการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการระดับประเทศอีก 2 ประเทศนอกเหนือจากไทยคือ สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ร่วมแถลงสรุปผลและแผนการดำเนินการขั้นต่อไปของแต่ละภูมิภาค ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 เวลา 16.30 น. ณ ห้องจูบีลี(Jubilee)โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ" นายแพทย์อภิชัยกล่าว

open_close_button
top