• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< ธันวาคม - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31      
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

ระวังอันตรายจากสารสเตียรอยด์ที่ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

   กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนสาวที่นิยมใช้เครื่องสำอางให้หน้าขาวใส ระวังอันตรายจากสารสเตียรอยด์  ชี้ทำให้เกิดผด ผื่น มีอาการคัน ผิวบางและแพ้ง่าย หากใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดด่างขาวถาวร

    นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สเตียรอยด์ (Steroids) เป็นชื่อเรียกโดยย่อของสารกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์และข้อบ่งใช้มากมาย สามารถใช้กับโรคหรือภาวะต่างๆ ได้หลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้สารกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดกลับเป็นผลเสียที่เกิดจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง สเตียรอยด์สังเคราะห์ใช้ในทางการแพทย์ จะใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาปกติได้ เช่น ใช้เป็นยาทาภายนอก การทาผิวเพื่อให้สารออกฤทธิ์เฉพาะที่และวิธีที่จะช่วยหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากสเตียรอยด์ ได้แก่ ใช้ทาเฉพาะบริเวณที่เป็นผื่น ไม่ทาลงบนผิวหนังที่ปกติ ไม่ทาปริมาณมาก เป็นบริเวณกว้าง  และต่อเนื่อง เป็นต้น ปัจจุบันสเตียรอยด์ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพื่อ เพราะใช้แล้วหายเร็ว โดยเฉพาะการรักษาสิว ทำให้หน้าขาวใส ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่จะเกิดการสะสมของสเตียรอยด์ที่ผิวหนัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดว่าห้ามมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้เฝ้าระวังสถานการณ์การใช้สารสเตียรอยด์ที่ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2557 พบว่าแนวโน้มการใช้สารสารสเตียรอยด์มีมากขึ้น และในปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเครื่องสำอางประเภทหน้าขาวจากร้านค้าตามแหล่งต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 50 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบสารสเตียรอยด์ จำนวน 3 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างที่ตรวจพบนี้เป็นครีม เพื่อใช้ให้หน้าขาวที่ไม่แจ้งผู้ผลิต วันที่ผลิตและวันหมดอายุ ทั้งนี้ยังมีการลักลอบใช้สารห้ามใช้สเตียรอยด์ผสมในเครื่องสำอาง ดังนั้นสำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตรายจะได้สำรวจตัวอย่างจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากการขายตรง ทางออนไลน์และในตลาดต่างจังหวัด เพื่อให้ได้ภาพรวม ของประเทศในการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเฝ้าระวังต่อไป

     นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า อันตรายและผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางที่ผสมสเตียรอยด์ หลังการใช้ประมาณ  2-4 สัปดาห์ ฤทธิ์ของสเตียรอยด์จะทำให้เกิดผดผื่นได้ง่าย เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ ผิวแดง มีอาการคัน ผิวบางและแพ้ง่าย สิวเกิดเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วใบหน้าหรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่จะขึ้นมากบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์ เกิดสิวอุดตัน หลังหยุดใช้สเตียรอยด์ ผิวจะดูเหี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ ทำให้มีอาการหน้าแดงอยู่ตลอดเวลา ผิวหนังจะมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานาน ทำให้เกิดด่างขาวถาวร

     เพื่อความปลอดภัยในการซื้อเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ โดยเฉพาะครีมหน้าขาว หน้าใสทุกครั้ง ขอให้ผู้ซื้อตรวจสอบฉลากภาษาไทยว่ามีข้อความบังคับอย่างครบถ้วนหรือไม่ ได้แก่ ชื่อ ชนิด ส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต วันเดือนปี ที่ผลิตและปริมาณสุทธิ ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมักไม่มีฉลากหรือมีข้อความในฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต และควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้

open_close_button
top