• ส่วนกลาง
  • ส่วนภูมิภาค

<< พฤศจิกายน - 2561 >>
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
     1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  
download
Link
  • home»
  • ข่าวประชาสัมพันธ์»
  • Press Release»

Press Release

ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

ภาวะการป่วยด้วยพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนี่งของประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้หรือสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน สถิติเกี่ยวกับการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไม่นับกรณีทำร้ายตนเอง) ค่อนข้างไม่เป็นเอกภาพ และเป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำของจำนวนผู้ป่วยจริงในแต่ละปี การเก็บข้อมูลส่วนใหญ่มาจากระบบฐานข้อมูลการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ในความเป็นจริงมีผู้ป่วยที่ไม่เข้ารับการรักษาในระบบจำนวนมาก และความเชื่อมโยงของการป่วยและสารเคมีอาจไม่ชัดเจนในบางกรณี โดยเฉพาะในโรคเรื้อรังต่างๆ อย่างไรก็ตามมีการประเมินว่าจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริงอาจอยู่ที่ระดับหลายแสนคนคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าและใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในประเทศ 
 
 
ทั้งนี้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขี้นของการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจาก 110,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 14,000 ล้านบาท) ในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 172,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 24,000 ล้านบาท) ในปี 2556 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ากลุ่มของสารกำจัดวัชพืชมีสัดส่วนของการนำเข้าสูงที่สุดในบรรดาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งหมด (62 – 79%) รองลงมา ได้แก่ กลุ่มของสารกำจัดแมลง (12 – 23%) และกลุ่มของสารกำจัดเชื้อรา (5 – 11%) โดยในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ในช่วง 49,000 – 61,000 ราย (คิดเป็นอัตราป่วยอยู่ในช่วง 76.4 – 96.6 ราย ต่อประชากรแสนคน) ในช่วงเวลา พ.ศ. 2550 – 2556 ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยมากที่สุดจากภาคกลาง (31 – 36%) รองลงมา คือ ภาคเหนือ (27 – 31%) ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 – 20%) และภาคใต้ (18 – 19%) มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งนี้พบผู้ป่วยตลอดปี แต่มีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้น ในช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน เกษตรกรเริ่มมีการเพาะปลูกและมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รองลงมา คือ อาชีพรับจ้าง กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่ม อายุ 45 – 54 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 55 – 64 ปี และกลุ่ม 35 – 44 ปี ทั้งพบว่าผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง การจำแนกประเภทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ได้รับ ได้แก่ กลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มสารกำจัดวัชพืช ในขณะที่ส่วนใหญ่ (85 – 90%) ไม่สามารถระบุชนิดหรือกลุ่มของสารเคมีที่เป็นสาเหตุได้ 
 
จากข้อมูลที่ปรากฏพอสรุปได้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าและใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของประชาชนในการได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถประมาณการผลลัพธ์ที่แท้จริงได้อย่างแน่ชัด แม้ว่าปัญหาทางสุขภาพจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ได้รับพิษเฉียบพลัน แต่ภัยมืดที่อันตรายกว่าคือพิษสะสมจากการสัมผัสหรือได้รับสารเคมีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ การอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีจำนวนมาก และการบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง พาร์คินสัน หรือการพิการของทารกแรกเกิด เป็นต้น สถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าสังคมไทยกำลังผจญกับความเสี่ยงด้านสารเคมีและมลพิษ ดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างจริงจัง ทบทวนและปรับปรุงกลไกการควบคุมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตและการบริโภคอาหาร ให้มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการใช้สารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
 
ศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข...รายงาน
 
 
open_close_button
top