VICODIN

Vicodin เป็นยาบรรเทาอาการปวด เป็นยาผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวด (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 ( ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่าง ๆ กัน

มีกระแสข่าวว่า ดาราและนักร้องชื่อดังของโลกในปัจจุบันใช้ยาชนิดนี้แทนยาเสพติด Eminem นักร้องยอดนิยม รางวัลแกรมมี่ ได้สัก logo ของยา vicodin ไว้ที่แขนจนกลายเป็นการประชาสัมพันธ์ของยาแบบไม่เป็นทางการ มีคำกล่าวว่าในปัจจุบันโคเคนหรือยาอีนั้นล้าสมัยกลายเป็นยาของเด็ก ๆ ต้องใช้ยา vicodin จึงจะทันสมัย จนกระทั่ง ขณะนี้มีใช้กันอย่างแพร่หลาย ใน Hollywood ซึ่ง US Department of Health and Human Service ได้สำรวจการใช้ยานี้ ในปี ค.ศ. 1998 ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่ามี การใช้ยาถึง 1.5 ล้านคน เพิ่มจากปี 1990 ถึง 3 เท่า ขณะที่การ ใช้ยาเสพติด ชนิดอื่นเช่น เฮโรอิน มีแนวโน้ม ลดลง และมีรายงาน การขายยานี้ ในบางรัฐฯของประเทศ สหรัฐอเมริกา เป็นทีม ( gang ) โดยขายร่วมกับ valium ได้ถึงเดือนละ มากกว่า 7 แสนเม็ด ผู้เสพบางส่วน อาจได้ยา มาจากแพทย์ที่สั่งจ่ายยา นี้โดยไม่ได้สนใจควบคุมมากนัก

ยาอื่น ๆ ที่อยู่ใน กลุ่มเดียวกับ vicodin และมีแนวโน้ม ว่าใช้เป็นยาเสพติด เช่นเดียวกัน ได้แก่ percodan ซึ่งเป็น ยาผสมระหว่าง aspirin กับ oxycodone และ percocet (acetaminophen+oxycodone) ซึ่งทั้งหมดจัด เป็นยาในกลุ่มแก้ปวดลดไข้ ซึ่งควรใช้ภายใต้ คำแนะนำของแพทย์ เช่น เดียวกัน เนื่องจาก oxycodone เป็นยา ในกลุ่มเดียวกับ hydrocodone สามารถออกฤทธิ์ ที่สมองส่วนกลาง กระตุ้นการผลิต dopamine ทำให้ ผู้เสพ รู้สึกเป็นสุข เมื่อหยุดยา จะทำให้กระวนกระวาย และอยากเสพอีก จึงจัดเป็นยาแก้ปวด ชนิดเสพติด พิษของยานั้น สามารถแบ่งออก ได้เป็นสองส่วน ได้แก่ พิษจาก acetaminophen ที่มีผลในการทำลายตับ เมื่อรับประทานติดต่อกัน เป็นเวลานาน จะเกิดโรคตับวายได้ และ พิษจากสาร opiate tagonist ซึ่งมีผลที่เห็นได้ชัดเจน คือมีฤทธิ์ในการกดการหายใจ ของทารกขณะคลอดจากครรภ์มารดา และหากเสพติดจนเกินขนาด จะทำให้ปัสสาวะ และอุจจาระปนเลือด จิตหลอน หายใจขัด จิตใจเศร้าหมอง ห่อเหี่ยว คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังแดงเป็นจุด หูแว่ว ตกใจง่าย สายตาฝ้าฟาง เนื่องจาก ม่านตาหดตัว เบื่ออาหาร ฝันร้าย นอนไม่หลับ เป็นต้น

แพทย์บางคนให้ความเห็นว่า ถ้าได้รับยานี้เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ จะไม่เป็นสาเหตุทำให้ติดได้ ดังนั้นผู้ที่ใช้ยานี้เสพจนติด แสดงว่าเป็นผู้ที่มีปัญหา ทางจิตใจมาก่อน ดังนั้นประเทศไทย ควรมีการสำรวจ และเฝ้าระวังการใช้ยาชนิดนี้ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้ง ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้อย่างทั่วถึงแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา
www3.healthgate.com
Who s feeling no pain?, Time, March 19, 2001.
www.destinationrx.com/prescriptions
www.usdoj.gov/dea/concern/abuse
Onhealth.webmed.com
www.northernwebsites.com/recovery/messageboard
จารุจินดา จ. และศรีวัฒนากุล ก. ยาแก้ปวดที่เป็นยาเสพติด. ใน: ศรีวัฒนากุล ก, บรรณาธิการ. คู่มือการใช้ยาฉบับสมบูรณ์, พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : บริษัท เมคาร์ท์ จำกัด 2532: 91-107.

เรียบเรียงโดย...นางสุธีวรรณ ศรีอุปโย